กลม-กลม *

posted on 14 Oct 2008 17:19 by imthe3rd

 

 

 

 เอื้อม

 

 

 

แอบมอง

 

 





แอ๊บแบ๊ว

 

 

 

 

เหล่ารูปกลม - กลม
จากตาปลาสีชัมพู

:))

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ
Kodak Color Plus 200
และ คุณโมนิ ด้วยค่ะ
:))

 

 

 

 

 

ปอลอ.

- ปกติไม่เคยเล่นโลโม่มาก่อน เล่นแต่ดิจิตอล DLSR SLR มา
ของแปลกสำหรับชีวิตเลยเนี่ย ^^ สนุกดี

 

- ปิดเทอม ทำงาน
เก็บตัง

กินเหล้า

 

วู้!!!

 

Insight___*

posted on 18 Sep 2008 18:59 by imthe3rd

 

 

 

วัดสวนดอก

 

 

 

หอศิลปวัฒนธรรม

 

 

ออกไปถ่ายรูปทำเว็บ new media มา

เป็น Final Project ของวิชาที่เรียนอยู่ตอนนี้

 

....อยู่เชียงใหม่มาก็ทั้งชีวิต

ไม่เคยรู้สึกว่าเชียงใหม่สวยงามขนาดนี้มาก่อน 

อาจเป็นเพราะเราไม่ได้หันมามอง

หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา

......มัวเอาแต่ใจไปอยู่ที่อื่น?

 

 

เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของดาราคนหนึ่ง

ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ำจำไม่ได้ว่าเป็นของใคร

แต่เค้าบอกไว้ว่า

 

 

 

"เรื่องบางเรื่องมันก็เหมือนขนตาของเราเนี่ยแหล่ะ

เรามองไม่เห็นมันหรอก

จนกว่ามันจะหลุดออกมา" 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปอลอ.
- ละครเรื่องใหม่ยังไม่มีที่ท่าว่าจะเริ่ม แต่ก็ซ้อมกันอยู่เรื่อยๆ หล่ะค่ะ

แต่ช่วงปิดเทอมนี้น่าจะมี workshop กับกลุ่มละครกรุงเทพฯ ค่ะ

อาจจะลงไป ไม่ก็เค้าจะขึ้นมาที่เชียงใหม่นี่แหละนะ

 

- เรื่อยๆ มาเรียงๆ

ใจเย็นๆ

ค่อยๆ ดูกันไป

:)

 

 

 

Act as Mom *

posted on 09 Aug 2008 21:32 by imthe3rd

 

 

หลังจากที่ไฟ 7 ดวงบนเวทีค่อยๆ เฟดลง
กับน้ำตาที่รินไหลอาบแก้ม

 


วินาทีที่ฉันเป็นแม่ก็จบลงพร้อมเสียงปรบมือของผู้ชม
ไฟโรงละครสีขาวค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างช้าๆ
ผู้ชมค่อยๆ ทะยอยกันออกไปจากโรงละครเล็กๆ แห่งนี้
...เหมือนถอดหน้ากาก
แต่ฉันก็กลับมาเป็นฉันคนเดิม
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขา New Media คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โสดนิดๆ (แต่พอใจ) แถมยังไม่เคยมีลูกสักครั้ง... อีกครั้ง?

มีคนตั้งคำถามกับฉันว่าฉันแสดงไปได้อย่างไร
ก็ในเมื่อฉันไม่เคยมีลูก
แถมการแสดงละครเวทีนั้น จำเป็นต้องมี inner หรือความเชื่อภายในที่สูงมาก
จึงจะสามารถถ่ายทอดสายตา (eye contact) อารมณ์ และร่างกายออกมาเป็นตัวละครนั้นๆ ได้

 

 

อืม... นั่นสินะ


แล้วฉันไปได้ความเชื่อของการเป็น
"แม่" มากจากไหนกันล่ะ ?!?

 

 

 

 

 

 

 

มีการอธิบายสัญชาตญาณความเป็นแม่นั้นอยู่ในหลายๆ สาขา
ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ จิตวิทยา สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ มานุษยวิทยา ฯลฯ ที่ยกมาไม่หมด ไม่สิ้น
เช่น ในวิชาจิตวิทยา มีการอธิบายสัญชาตญาณความเป็นแม่
โดยบิดาแห่งจิตวิเคราะห์ คือ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาเลื่องชื่อที่ใครหลายคนอาจจะเคยได้ยินมาอยู่บ้าง

ฟรอยด์ได้อธิบายสัญชาตญาณแห่งความเป็นแม่ไว้ว่าเป็นสัญชาตญานที่ติดตัวมาแต่กำเนิดในตัวผู้หญิง
ซึ่งอยู่ในส่วนของจิตใต้สำนึก (subconscious mind) ภายในจิตของคนเรานั่นเอง


นอกจากนี้แล้วทางฝั่งชีววิทยา
ได้มีการศึกษาทดลองและวิจัยในเรื่องของสัญชาตญาณความเป็นแม่ในหนู
และค้นพบว่ามีฮอร์โมนหลายชนิดที่กระตุ้นให้เกิดสัญชาตญานของความเป็นแม่
เช่น ฮอร์โมนอ็อกซิโตซิน (Oxytocin) ฮอร์โมนโปรแล็คติน (Prolactin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างน้ำนม
ฮอร์โมนเอ็นโดรฟินส์ (Endrophines) โปรตีนช่วยบรรเทาความเจ็บปวด
มีส่วนที่ทำให้กระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นแม่ออกมาอีกด้วย

 

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการศึกษาโดยการสร้างภาพแม่เหล็กกำทอน
(functional magnetic resonance imaging; fMRI)
เอ่อ.. ชื่อมันเรียกยากไป
แต่มันก็คือการติดตามการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมภายในสมองหรือการสแกนสมองค่ะ เปรียบเทียบในหนูและในคน
พบว่าสมองส่วนที่ชื่อ Medial Preotic Area (mPOA) ที่อยู่ในส่วนไฮโปทาลามัส, Prefrontal
และ Orbitofrontal cortices มีการทำงานเกิดขึ้นเหมือนๆ กัน


ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าวงจรที่ถ่ายทอดความเป็นแม่ "มีอยู่" ในสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม!!!

 

 


 

 

ในสาขาอื่นๆ ก็มีการอธิบายในเรื่องของสัญชาตญาณความเป็นแม่ไว้ในหลายแง่
และนั่นจะตีขลุมเอาได้หรือไม่ว่าผู้หญิงทุกคน ต่างก็มีสัญชาตญานความเป็นแม่อยู่ในตัว?

แต่ที่น่าสนใจก็คือ หากว่าผู้หญิงต่างก็มีสัญชาตญาณความเป็นแม่อยู่ในตัวแล้ว
แล้วทำไมถึงมีเหตุการณ์แม่ทิ้งลูก แม่ทำร้ายลูก เกิดขึ้นตั้งมากมาย
หรือเพราะว่ายังมีปัจจัยอีกหลายแง่ ที่ทำให้ความเป็นแม่แสดงออกมาได้ไม่เต็มที่???
ทั้งปัจจัยทางปัจเจกเอง หรือปัจจัยทางสังคมที่สลับซับซ้อน ที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย

 

 

...

 


หลังจากที่ส่งผู้ชมคนสุดท้ายออกจากโรงละครไป
ฉันยืนนิ่งเงียบอยู่กับสายลมเอื่อยๆ ที่ลอยวนอยู่รอบกาย
ฉันตั้งคำถามให้กับตัวเองถึงการแสดงเมื่อครู่
ตั้งแต่ตอนซ้อมมา ไม่เคยคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ มีแต่ต้องทำให้ได้
เพราะคิดว่าทุกบทที่ได้รับมามันคือสิ่งที่ท้าทาย ที่กำลังรอให้เราไปยืนแทนที่ และ "เป็น" มันให้ได้
ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยความสงสัย กดไปที่เบอร์บ้าน
แม่รับโทรศัพท์ด้วยเสียงงัวเงียเต็มที่
ฉันถามแม่ไปว่า

 

 

 

"แม่.. คนเป็นแม่เขาเป็นกันยังไงหรือคะ"

 

 

 

เสียงปลายสายที่สูงกว่าแต่แหบพร่าตอบกลับมาว่า

 

 

 

"แกก็ลองมีลูกเองดูสักครั้งซิ!!"










โธ่ แม่ขา
แล้วใครมันจะมาเป็นพ่อให้หนู!!










ปอลอ.
-
"นิยามรักหมายเลข 0"
ในโครงการ Love is ... Project by Drama Club CMU
รอบสุดท้ายวันที่ 20 สิงหาคมนี้ เวลา 19.30 น.
บัตรหมดแล้วววว 5555 ดีใจจัง




ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
- หนังสือจิตวิทยาทั่วไป ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=duen&month=02-2006&date=11&group=7&gblog=226
- บทความ "Falling in Love: The chemistry of the first breastfeed" จาก http://www.health-e-learning.com/content/view/35/63/

  


edit @ 19 Aug 2008 12:27:57 by .. เหมือนฝัน * ..